แป้งฝุ่นคุมมัน ตัวช่วยในการแต่งหน้าที่จะทำให้ช่วยล็อคผิวและล็อกเมคอัพให้อยู่บนใบหน้าได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพอากาศความร้อนในประเทศไทยนั้นทำให้หน้าค่อนข้างมันง่ายและเมคอัพอาจหลุดระหว่างวันได้ง่ายเพราะฉะนั้นการเลือกแป้งที่มีความเหมาะสมจะช่วยทำให้ผิวนั้นดูมีความเนียนใสและช่วยลดความมันได้เป็นอย่างดี ช่วยลดโอกาสในการอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะฉะนั้นการใช้แป้งฝุ่นคุมมันที่มีคุณภาพจะช่วยทำให้หน้าของเราไม่เยิ้มระหว่างวัน ทำให้ผิวดูเนียนใสและที่สำคัญไม่อุดตันไม่ก่อให้เกิดสิว วันนี้เราได้รวบรวมนำเอาแป้งฝุ่นคุมมันที่ได้รับความนิยมในปี 2026 มาแนะนำกัน
1.LANEIGE Neo Essential Blurring Finish Powder

เริ่มต้นกันที่ตัวแรกสำหรับแป้งฝุ่นตัวนี้มาพร้อมกับเนื้อที่มีความบางเบาโดดเด่นในเรื่องของการช่วยเบลอผิวและเบลอรูขุมขนทำให้รูขุมขนและรอยเล็กๆนั้นดูจางลงทันทีหลังใช้อย่างเห็นได้ชัดเหมาะสำหรับใครที่ต้องการผิวแบบฟิลเตอร์ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีมากๆ ทางด้านของเนื้อสัมผัสของเขานั้นก็ให้ความรู้สึกที่มีความละเอียดในระดับไมโครพาวเดอร์มีความนุ่มลื่นเวลาลงไปบนผิวแล้วจะทำให้ไม่เป็นฝุ่นและไม่ฟุ้ง ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเบอร์รูขุมขนได้อย่างเห็นได้ชัดทำให้ผิวนั้นดูใสและสามารถควบคุมความมันได้ในระดับกลางไม่ทำให้ผิวแห้งจนเกินไป เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวผสมหรือมีผิวมันเล็กน้อยสำหรับใครที่อยากแต่งหน้าไปทำงานหรือออกแดดตัวนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี
2.LAURA MERCIER Translucent Loose Setting Powder

แป้งฝุ่นในระดับตำนานที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อแป้งล็อกเมคอัพระดับโปร โดยตัวนี้นั้นมาในรูปแบบของแป้งฝุ่นที่มีเนื้อบางเบาแต่สามารถล็อคผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระจายตัวดีไม่เป็นก้อนหลังใช้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า Make Up ติดโทนยาวนานตลอดทั้งวัน ให้ฟีนิกซ์ลุกแบบผิวแมทแต่ไม่แห้งตึงมีความชุ่มชื้นสามารถควบคุมความมันบริเวณทีโซนได้ดีและมีประสิทธิภาพหลังใช้แล้วทั้งวันทำให้หน้าไม่ดรอประหว่างวัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องแต่งหน้าหรือใช้หน้าตลอดทั้งวันรวมไปถึงการใช้หน้าสู้แสงไฟหรือสู้กล้องก็สามารถเอาอยู่สำหรับตัวนี้ ใครที่มีปัญหาผิวมันถึงมันมากบอกเลยว่าเหมาะมากๆ
3.THREE Ultimate Diaphanous Loose Powder

เป็นแป้งฝุ่นอีก 1 แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานโดยให้ลุคสวยใสแบบเป็นธรรมชาติเหมือนสาวญี่ปุ่น โดยเนื้อสัมผัสของแป้งตัวนี้นั้นจะมีความละเอียดมากและมีความเบาเหมือนกับแป้งฝุ่นในอากาศทำให้ใช้แล้วไม่รู้สึกหนักผิวจนเกินไป หลังใช้แล้วจะทำให้เห็นว่าผิวใสและดูมีสุขภาพดีถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีคุณภาพในการปกปิดสูงมากนักแต่ก็ทำให้ผิวนั้นดูเรียบขึ้นในโดยรวมและได้ฟินิชลุคแบบกึ่งธรรมชาติ เหมาะสำหรับสาวๆที่มีผิวแห้งหรือผิวธรรมดาหรือใครที่ไม่อยากได้ลุคแมตต์จนเกินไปอยากได้ลุคใสๆแบบฉ่ำโกลด์และต้องการแต่งหน้าเบาๆในแต่ละวันตัวนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี
4.BK Acne Loose Powder

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นั้นเป็นแป้งที่เหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวโดยตรงเพราะว่าตัวนี้ช่วยลดการอุดตันด้วยเทคโนโลยี mineral powder และ talc-free formula ทำให้ตัดวงจรสิวได้ดี หลังใช้จะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าจะมีความแมตต์แบบเบาๆใช้แล้วไม่หนักและไม่หนา ช่วยลดความเหนอะหนะจากการใช้สกินแคร์และกันแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการสะสมของน้ำมันบนผิวหน้ารวมไปถึงแบคทีเรียต่างๆบนผิวใครที่มีปัญหาเกราะป้องกันผิวอ่อนแอตัวนี้ก็ถือว่าเข้ามาเป็นตัวช่วยที่ดี เป็นแป้งฝุ่นที่สามารถใช้ได้ในทุกๆวันสามารถทาบางๆก่อนออกจากบ้านได้เลย
5.Innisfree No-Sebum Mineral Powder

สำหรับแป้งฝุ่นคุมมันตัวนี้นั้นให้ความรู้สึกควบคุมความมันทันทีหลังมีการใช้โดยจะสังเกตผิวที่มีความแมตช์ขึ้นอย่างชัดเจนเหมาะกับคนที่มีสภาพหน้ามันมากๆเพราะว่ามีจุดเด่นนั่นก็คือ silica ซึ่งเป็นตัวดูดน้ำมันที่รวดเร็วมากๆและมีความแห้งสูงโดยวิธีใช้ที่แนะนำก็คือแนะนำให้ใช้เฉพาะจุดบริเวณ tzone เช่นบริเวณจมูกหรือหน้าผากและถ้าหากคุณเป็นคนผิวแห้งควรหลีกเลี่ยงการลงทั้งหน้าเพราะว่าจะทำให้ผิวหน้านั้นแห้งเกินไปนั่นเอง
6.Srichand Translucent Powder

สำหรับแป้งตัวนี้นั้นก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลดความหนาแน่นของอนุภาคหลังจากที่มีการใช้แล้วจะสัมผัสได้ว่าผิวนั้นดูนวลเนียนละเอียดไม่หนาจนเกินไป มีความสามารถในการควบคุมความมันได้ระดับกลางถึงดีเหมาะกับอากาศในประเทศไทยมากๆและยังมีความ Balance ในระหว่าง Oil Control และ softnes ทำให้ใช้แล้วหน้าไม่ดูดอกระหว่างวันแนะนำวิธีการใช้ที่ดีที่สุดก็คือให้ใช้ในการเซ็ตเมคอัพและเติมระหว่างวันเหมาะสำหรับ Everyday Makeup แบบสุดๆ
แป้งฝุ่นกับแป้งผสมรองพื้น ต่างกันอย่างไร
สำหรับสาวๆมือใหม่ที่ยังไม่เคยใช้แป้งฝุ่นและแป้งผสมรองพื้นเมื่อก่อนวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลความแตกต่างเกี่ยวกับแป้งฝุ่นกับแป้งผสมรองพื้นมาแนะนำกัน โดยสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาเพื่อตัดสินใจเลือกซื้อได้ตามความต้องการ
- แป้งฝุ่น จะเป็นแป้งที่มีเนื้อเบานิยมใช้ในการเซ็ตเมคอัพเป็นหลักโดยมีคุณสมบัติสำคัญคือมีความโปร่งเบาสบายผิวมีความสามารถในการปกปิดน้อยเน้นในเรื่องของการควบคุมความมันและช่วยล็อครองพื้นไม่ทำให้หน้าดูหนาจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ใช้รองพื้นอยู่แล้วแต่ต้องการงานผิวแบบธรรมชาติสามารถใช้แป้งฝุ่นได้
- แป้งผสมรองพื้น สำหรับแป้งชนิดนี้นั้นจะมาพร้อมกับการปกปิดในระดับกลางถึงระดับสูงสามารถที่จะใช้แทนรองพื้นได้มีความสามารถควบคุมความมันได้ดีในบางรุ่นและหลังใช้แล้วผิวจะดูเนียนอย่างรวดเร็วทันทีเหมาะสำหรับวันที่เร่งรีบหรือใครที่ไม่อยากใช้รองพื้นแต่อยากได้ผิวที่เน้นกลีบตัวนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์
แป้งฝุ่นโปร่งแสง vs แป้งสี เลือกแบบไหนดี
โดยปกติแล้วแป้งฝุ่นแต่ละรูปแบบนั้นก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นถึงสีของแป้งฝุ่นที่ไม่ได้มีเพียงแค่สีขาวแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีสีอื่นๆอีกด้วยซึ่งแต่ละสีนั้นก็จะมีคุณสมบัติและมีความสามารถที่แตกต่างกันไป
- แป้งฝุ่นโปร่งแสง เป็นแป้งฝุ่นที่ไม่มีสีชัดเจนไม่เปลี่ยนสีรองพื้นสามารถใช้ได้กับทุกสีผิวและเป็นแป้งที่ใช้แล้วดูธรรมชาติที่สุดเหมาะกับการใช้เซตเมคอัพบนใบหน้า แต่แป้งชนิดนี้ไม่ได้ช่วยปกปิดเพิ่มเติมและบางตัวนั้นไม่สามารถควบคุมความมันได้ดี
- แป้งฝุ่นสี สำหรับแป้งฝุ่นชนิดนี้นั้นจะมาพร้อมกับสีอ่อนๆเช่น เบจ ขาว ชมพู โดยมีคุณสมบัติช่วยปรับสีผิวให้มีความสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น ทำให้มีการปกปิดมากขึ้นเล็กน้อยเหมาะกับวันไหนที่คุณไม่อยากลงรองพื้นหนักๆก็ใช้ตัวนี้แทนได้ แต่ต้องระมัดระวังในการเลือกสีเพราะถ้าหากเลือกไม่ดีหน้าอาจจะลอยหรือดรอปได้
เพราะฉะนั้นถ้าหากใครที่เป็นมือใหม่แนะนำให้เลือกแบบแป้งฝุ่นโปร่งแสงแต่ถ้าอยากได้ผิวเนียนขึ้นอีก 1 ระดับก็แนะนำให้ใช้แป้งฝุ่นสี
วิธีลงแป้งฝุ่นให้หน้าเนียน ไม่เป็นคราบ
เทคนิคสำคัญในการลงแป้งฝุ่นให้ผิวหน้านั้นมีความเรียบเนียนและไม่เป็นคราบนั้นจะมีขั้นตอนและเทคนิคเล็กๆน้อยๆดังต่อไปนี้
- แนะนำให้รอรองพื้นเซตตัวก่อน หลังจากที่คุณได้ลงรองพื้นไปแล้วให้รอเวลาประมาณ 1-3 นาทีเพื่อให้เนื้อรองพื้นนั้นมีการเซตบนผิวก่อนที่จะมีการลงแป้งลงไป
- แนะนำให้ใช้วิธีกดไม่ใช่วิธีปัดเพราะว่าการใช้พับหรือแปรงจะช่วยทำให้ใบหน้าเรียบเนียนแต่วิธีที่ดีที่สุดคือการกดซับเพื่อที่จะทำให้ผิวเรียบเนียนแนะนำให้หลีกเลี่ยงการถูไปมาว่าจะทำให้เป็นขุยและเป็นคราบ
- ลงทีละชั้นอย่างเบามือ แนะนำให้เริ่มลงจากบริเวณทีโซนก่อนถ้าพอแล้วก็ให้หยุดไม่ควรลงทางหน้า
- แนะนำให้ใช้แปรงปัดส่วนเกินออกซึ่งจะช่วยทำให้ผิวนั้นดูมีความบางและเนียนมากขึ้นไม่หนาเป็นคราบ
แป้งฝุ่นใช้ตอนไหนดีที่สุด
ขั้นตอนที่แนะนำให้ใช้แป้งฝุ่นเพื่อที่จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นก็คือช่วงหลังลงรองพื้นโดยในขั้นตอนนี้จะเป็นการล็อคเมคอัพให้ติดทนทั้งวันซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ หรือว่าจะใช้เติมระหว่างวันเพื่อเป็นการเติมหน้าก็ได้แนะนำให้ใช้บริเวณ tzone ซึ่งเป็นจุดที่มีความมันได้ง่าย หรือถ้าหากใครที่จะถ่ายรูปก็สามารถใช้ก่อนได้เพราะจะทำให้ผิวนั้นดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
- 8 ที่ปิดจุก 2026 ติดแน่น กันน้ำ กันเหงื่อ มั่นใจทุกลุค - June 30, 2026
- 10 วิธีเลือกกระเป๋าแบรนด์เนมใบแรก สำหรับมือใหม่ อยากดูแพงต้องรู้ - June 29, 2026
- 6 รองเท้า On Cloud ผู้หญิง 2026 ใส่เดินสบาย วิ่งได้ ทำงานก็รอด - June 28, 2026


