Cleansing Oil ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้อย่างอ่อนโยน สามารถสลายเมคอัพกันน้ำและครีมกันแดดรวมไปถึงความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นการนำเอาหลักการน้ำมันละลายน้ำมันมาใช้ซึ่งจะทำให้เช็คเมคอัพออกได้หมดจดโดยที่ไม่ต้องออกแรงและไม่ทำให้ผิวนั้นเกิดริ้วรอย ช่วยลดการเสียดสีซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี โดยเราได้ทำการรวบรวมนำเอา 6 Cleansing Oil ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในปี 2026 ที่ขึ้นชื่อว่าเช็ดเมคอัพได้อย่างสะอาดและไม่ทิ้งความมันไว้บนใบหน้ามาแนะนำกัน
1.Mizumi 4 Red Miracle Cleansing Oil
ผลิตภัณฑ์จากบ้าน Mizumi ซึ่งเป็นคลีนซิ่งออยที่ถูกออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางโดยเฉพาะ หรือใครที่ต้องมีการแต่งหน้าออกงานเป็นประจำตัวนี้สามารถตอบโจทย์ได้เลยมาพร้อมกันกับเทคโนโลยี Plant-Derived Cleansing Oils ผสมผสานกับสารทำความสะอาดที่เปลี่ยนจากเนื้อออยเป็นเนื้อน้ำนมและให้ความรู้สึกสัมผัสเหมือนกับน้ำล้างออกได้ง่ายไม่ทิ้งความมันเอาไว้บนผิว มาพร้อมกับจุดเด่นนั่นก็คือสามารถล้างเมคอัพกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพในส่วนของครีมกันแดดและรองพื้นก็สามารถล้างออกอย่างสะอาดสะอ้านและไม่ทิ้งคราบน้ำมันเอาไว้เป็นสูตรที่มีความอ่อนโยนสามารถใช้ได้ถึงแม้ว่าจะเป็นผิวแพ้ง่าย และมีส่วนผสมสำคัญนั่นก็คือวิตามินอีและสารให้ความชุ่มชื้นต่างๆเป็นคลีนซิ่งออยที่น่าสนใจอีก 1 แบรนด์เลยทีเดียว
2. Biore Makeup Remover Cleansing Oil
Cleansing Oil อีก 1 ตัวที่ได้รับความนิยมและหาซื้อได้ง่ายในท้องตลาดทั่วไปมาจากแบรนด์ Biore ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีจุดเด่นคือสามารถละลายเมคอัพกันน้ำได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น มาพร้อมกับ อิมัลซิไฟที่ดีช่วยทำให้ล้างออกแล้วไม่รู้สึกเหนอะหนะ สามารถที่จะล้างมาสคาร่ากันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเนื้อออยที่มีความบางเบามาในราคาที่สามารถเข้าถึงและจับต้องได้ง่าย ถึงแม้ว่ามือเปียกก็สามารถใช้งานได้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องแต่งหน้าในทุกๆวัน ผู้ที่มีสภาพผิวธรรมดาถึงผิวมันหรือใครที่เป็นมือใหม่ก็สามารถใช้คลีนซิ่งออยตัวนี้ได้
3. Senka All Clear Oil
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อยากแนะนำให้ลองใช้จากแบรนด์ Senka สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีทำความสะอาดไปพร้อมๆกับการเพิ่มสารความชุ่มชื้นให้กับผิวซึ่งจะเข้ามาช่วยลดความแห้งตึงหลังจากใช้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำความสะอาดอย่างหมดจดแต่ยังคงความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี หลังใช้งานจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวมีความนุ่มมากยิ่งขึ้นและล้างออกได้ง่ายสามารถสลายได้ทั้งเมคอัพและครีมกันแดด เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวธรรมดา ผิวแห้ง หรือผิวผสม
4. Attenir Skin Clear Cleanse Oil
Cleaning Oil จากญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในไทยอย่างมากเลยทีเดียวมาพร้อมกับจุดเด่นด้วยการนำเอาเทคโนโลยีที่หลากหลายมารวมกันทำให้มีความสามารถในการละลายเมคอัพได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น พร้อมกันนี้ก็ยังให้ความรู้สึกสะอาดและความนุ่มชุ่มชื้นหลังจากใช้ทันทีอีกด้วย จุดเด่นของเขาคือสามารถสลายเมคอัพได้ดีถึงแม้ว่าจะเป็นเมคอัพกันน้ำก็ตาม หลังใช้สามารถล้างออกได้อย่างง่ายดายไม่ให้ความรู้สึกว่าผิวแห้งสามารถใช้ได้กับผู้ที่ต่อขนตา นอกจากนี้แล้วก็ยังเหมาะกับคนที่ต้องแต่งหน้าหนักๆหรือใช้รองพื้นที่ค่อนข้างติดทนรวมไปถึงครีมกันแดดกันน้ำตัวนี้ก็สามารถล้างทำความสะอาดได้ดี
5. Hada Labo Hydrating Cleansing Oil
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นั้นมาพร้อมกับสารที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว มีคุณสมบัติในการล้างทำความสะอาดได้อย่างดีเยี่ยมและมีส่วนผสมของไฮยาลูโลนิค Acid หลายชนิดช่วยให้ความรู้สึกไม่แห้งตึงหลังจากใช้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งและมีการแต่งหน้าเป็นประจำโดยตัวนี้จะทำให้คุณล้างเมคอัพได้สะอาดแต่ยังให้ความชุ่มชื้นที่สูงเลยทีเดียว ใครที่กำลังอยู่ในช่วงผิวขาดน้ำ ผิวแพ้ง่าย หรือผิวแห้ง ตัวนี้นั้นจะเติมเต็มในเรื่องของความชุ่มชื้นและให้สัมผัสที่มีความอ่อนโยน
6. Smooth E Ultra Light Cleansing Oil with Serum
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Smooth E ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการดูแลผิวอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นคลีนซิ่งออยที่มีเนื้อบางเบาและมีการผสมผสานสารบำรุงที่จะช่วยลดความแห้งตึงหลังจากล้างหน้าได้เป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำความสะอาดและดูแลผิวให้ครบจบในขั้นตอนเดียวเรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ามากๆมาในรูปแบบเนื้อออยที่มีความบางเบา สามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่นานหลังใช้จะรู้สึกได้ว่าผิวนุ่มชุ่มชื้น และเหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวธรรมดาหรือผิวผสม
คลีนซิ่งออยล์ คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง
หลายคนยังไม่เคยใช้คลีนซิ่งออยมาก่อน ต้องทำความรู้จักก่อนว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้น้ำมันเป็นตัวละลายเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนผิวก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเป็นน้ำนมเมื่อมีการสัมผัสกับน้ำและถ้าหากมีการล้างออกแล้วจะไม่ทิ้งคราบความมันเอาไว้บนใบหน้าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่แต่งหน้าในทุกๆวัน ผู้ที่ใช้ครีมกันแดดแบบกันน้ำ ผู้ที่แต่งหน้าและใช้รองพื้นแบบติดทน หรือผู้ที่ต้องการลดการเสียดสีกับผิวโดยตรง แนะนำให้ทำความสะอาดบนใบหน้าด้วย Cleansing Oil
คลีนซิ่งออยล์ต่างจากคลีนซิ่งวอเตอร์อย่างไร
ทางด้านของความแตกต่างระหว่างคลีนซิ่งออยและ Cleansing Water นั้นจะแตกต่างการค่อนข้างชัดเจน โดย Cleansing Oil จะเหมาะกับการแต่งหน้าหนักหรือการใช้เครื่องสำอางแบบกันน้ำ ในขณะที่คลีนซิ่ง Water นั้นเหมาะกับการแต่งหน้าเบาๆหรือการใช้ชีวิตในปกติประจำวัน ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพในการสลายเมคอัพกันน้ำ ครีมกันแดดกันน้ำ รวมไปถึงรองพื้นที่มีความติดทนสูง Cleansing Oil สามารถทำได้ดีและยังมาพร้อมกับความอ่อนโยนที่มากกว่าเครนซิ่ง Water ทั้งหมด
วิธีใช้คลีนซิ่งออยล์ให้สะอาด ไม่อุดตันผิว
เทคนิคหรือวิธีในการใช้คลีนซิ่งออยให้ผิวนั้นมีความสะอาดมากที่สุดและไม่ก่อให้เกิดการอุดตันนั้นสามารถทำได้ แนะนำให้ใช้มือและใบหน้าที่แห้งไม่เปียกน้ำทำการกดออยประมาณ 2-3 ปั๊มลงบนฝ่ามือและนวดเพื่อเป็นการวอร์มเนื้อออยเบาๆประมาณ 30-60 วินาทีบนใบหน้า จากนั้นให้เติมน้ำเล็กน้อยเพื่อที่จะทำให้ออยนั้นเปลี่ยนเป็นน้ำนมและนวดต่อประมาณ 15 ถึง 20 วินาทีบนใบหน้า จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและทำความสะอาดใบหน้าต่อด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าซึ่งเป็นวิธีการทำความสะอาดแบบ Double Cleansing ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยทำให้ออยนั้นขจัดสิ่งสกปรกต่างๆบนใบหน้าและช่วยลดคราบตกค้างที่จะทำให้เกิดการอุดตันบนผิวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ
คลีนซิ่งออยล์ใช้กับผิวเป็นสิวได้ไหม
สำหรับใครที่มีปัญหาเป็นสิวสามารถใช้คลีนซิ่งออยได้แต่ควรที่จะต้องเลือกสูตรที่มีความเหมาะสมและล้างออกอย่างถูกวิธีโดยใครที่มีสิวแนะนำให้เลือก Cleansing Oil ที่สามารถล้างออกได้ง่าย ไม่มีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการอุดตัน ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง และควรจะมีสารที่ช่วยปลอบประโลมผิว ซึ่งจุดสำคัญในการใช้คลีนซิ่งออยก็คือจะต้องมีการล้างออกให้สะอาดเพราะถ้าหากล้างไม่หมดจะทำให้เกิดคราบตกค้างและอาจเพิ่มโอกาสในการอุดตันมากยิ่งขึ้น
ผิวมันควรใช้คลีนซิ่งออยล์หรือไม่
หลายคนสงสัยว่าผู้ที่มีสภาพผิวมันนั้นควรที่จะใช้คลีนซิ่งออยหรือไม่ จริงๆแล้วผู้ที่มีสภาพผิวมันสามารถใช้คลีนซิ่งออยได้ควรเลือกสูตรที่ล้างออกง่ายและไม่ทิ้งความมัน ซึ่งถ้าหากเลือกใช้อย่างถูกต้องจะทำให้ช่วยละลายเมคอัพและสารสิ่งสกปรกต่างๆได้อย่างดี ช่วยลดโอกาสในการสัมผัสกับผิวหน้าโดยที่ไม่จำเป็น และไม่ทิ้งความรู้สึกมันบนใบหน้า เพราะฉะนั้นทางที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นสิวง่ายหรือมีผิวมันแนะนำให้เลือกสูตรที่มีความบางเบาและทำการล้างหน้าอย่างถูกต้องเพื่อที่จะทำให้ผิวนั้นสะอาดและไม่เพิ่มโอกาสในการอุดตันตามมา
Double Cleansing คืออะไร จำเป็นต้องทำทุกวันไหม
สำหรับมือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Double Cleansing คืออะไร นั่นก็คือการล้างหน้า 2 ขั้นตอนนั่นเอง เป็นวิธีการล้างหน้าที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีโดยการล้างทำความสะอาดแบบ 2 ขั้นตอนนั้นจะช่วยขจัดทางเครื่องสำอางครีมกันแดดคามันส่วนเกินและสิ่งสกปรกต่างๆ โดยหลักการของการทำ Double Cleansing นั้นจะช่วยสลายสิ่งสกปรกที่ละลายในน้ำมันและยังช่วยลดโอกาสในการเกิดการอุดตันของรูขุมขนได้เป็นอย่างดี ซึ่งในขั้นตอนแรกเราจะใช้ Cleansing ในการทำความสะอาดซึ่งคลีนซิ่งนั้นก็จะมีให้เลือกหลายประเภทอาทิเช่น Cleansing Oil , Cleansing Balm , Cleansing Water หรือ Cleansing Milk ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นการสลายเมคอัพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รองพื้น ครีมกันแดด หรือเครื่องสำอางกันน้ำ จากนั้นในขั้นตอนที่ 2 จะล้างหน้าด้วย facial cleanser ซึ่งจะมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเช่น โฟมล้างหน้า เจลล้างหน้า ครีมล้างหน้า ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะเป็นการกำจัดในส่วนของสิ่งสกปรกที่ละลายในน้ำ ค่าฝีมูฟเวอร์ต่างๆที่ตกค้างรวมไปถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก นั่นเอง


