น้ำมันเหลือง ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ หรือหลัง ซึ่งเป็นปัญหาหลักสำคัญของคนวัยทำงาน หรือคนที่ใช้ร่างกายค่อนข้างหนักในแต่ละวัน น้ำมันเหลืองจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลายคนนั้นเลือกใช้และเลือกติดกระเป๋าเอาไว้เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพร เมื่อมีการสูดดมแล้วจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายสามารถที่จะใช้นวดเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะที่เกิดขึ้นได้ ปัจจุบันนี้มีการผลิตน้ำมันเหลืองจากหลายแบรนด์หลายยี่ห้อ วันนี้เราได้รวบรวมนำเอา 5 ผลิตภัณฑ์ น้ำมันเหลือง ที่มีกลิ่นหอมสมุนไพร รวมแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยคลายความเมื่อยล้าและมาพร้อมกับคุณภาพในราคาที่จับต้องได้มาแนะนำกัน
1.น้ำมันเหลือง สมถวิล (อั้งกี้) ตราต้นโพธิ์

สำหรับน้ำมันเหลืองยี่ห้อนี้ชื่อดังมากๆเพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานานหลายปี มีความโดดเด่นด้วยสูตรสมุนไพรไทยที่ไม่เหมือนใครมีกลิ่นหอมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เมื่อสูดดมแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจให้ความรู้สึกอุ่นเมื่อมีการใช้งานในบริเวณดังกล่าว เหมาะสำหรับการใช้เพื่อนวดบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการทำงานหรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ให้ความรู้สึกสดชื่นโดยจุดเด่นของเขาคือเป็นสูตรสมุนไพรไทยดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร กลิ่นหอมของสมุนไพรนั้นมีความละมุนไม่ฉุนและไม่รุนแรงจนเกินไป เมื่อสัมผัสกับผิวหนังแล้วจะซึมเข้าสู่ผิวค่อนข้างไว มีประสิทธิภาพในการนวดเพื่อผ่อนคลายได้ดี เป็นน้ำมันเหลืองที่เหมาะสำหรับคนทำงานออฟฟิศผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอาการเมื่อยล้าจากการใช้กล้ามเนื้อโดยมาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้ประมาณ 60-120 บาท
2. น้ำมันเหลือง ตราแม่กุหลาบ

เป็นน้ำมันเหลืองอีก 1 แบรนด์ที่อยากแนะนำเพราะได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน จุดเด่นของน้ำมันเหลืองตราแม่กุหลาบคือมีกลิ่นสมุนไพรที่มีความหอมและเย็น หลังจากสูดดมและใช้แล้วจะรู้สึกถึงความสดชื่นได้ในทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้เพื่อผ่อนคลายความปวดเมื่อย สามารถใช้พกติดตัวเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย ข้อดีของเขาคือมีกลิ่นที่มีความหอมและเย็น สามารถใช้งานได้หลากหลายประเภทหลากหลายรูปแบบและมาในขวดเล็กกะทัดรัดสามารถพกพาได้ง่าย เมื่อมีการหยดน้ำมันลงบนผิวหนังจะให้เนื้อสัมผัสที่ไม่เหนียว เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ พนักงานออฟฟิศหรือผู้ที่ต้องการความสดชื่นในระหว่างวัน มาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้ในราคาประมาณ 40 ถึง 100 บาท
3. น้ำมันเหลืองสมุนไพร ตราดอกบัว 9 ดอก

น้ำมันเหลืองสมุนไพรตรา 9 ดอกบัว สำหรับแบรนด์นี้นั้นก็มาพร้อมกับส่วนผสมน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรหลายชนิด หรือจะให้ความรู้สึกหอมและสดชื่นไปพร้อมๆกัน เมื่อมีการใช้บนผิวหนังแล้วจะให้สัมผัสที่เย็นสบายเหมาะสำหรับการใช้เพื่อนวดหลังออกกำลังกายหรือการทำงานหนัก จุดเด่นและข้อดีของน้ำมันเหลืองยี่ห้อนี้ก็คือมีกลิ่นสมุนไพรที่ค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียว เมื่อหยดลงบนผิวหนังแล้วจะซึมเข้าสู่ผิวหนังอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการใช้นวดเพราะนวดง่ายและให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากๆ เป็นน้ำมันหอมระเหยที่เหมาะกับคนที่ยืนหรือเดินนานๆ คนที่มักจะมีอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน หรือผู้ที่ต้องออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นน้ำมันเหลืองสมุนไพรที่มาในราคา 50 ถึง 120 บาท
4. น้ำมันเหลือง เฌอเอม

สำหรับน้ำมันเหลืองยี่ห้อนี้นั้นเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับความนิยมมากๆในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แน่นอนว่าโดดเด่นในเรื่องของแพ็คเกจที่มีความทันสมัยและไม่เหมือนใคร ทางด้านของกลิ่นสมุนไพรนั้นก็ถูกออกแบบมาให้มีกลิ่นที่ละมุนและสามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก มีเนื้อสัมผัสที่มีความบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้งานได้ง่ายและไม่ทำให้รู้สึกเหนียวที่บริเวณที่สัมผัสเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพกพาเอาไว้ติดตัวติดกระเป๋า จุดเด่นของเขาคือกลิ่นสมุนไพรที่มีความละมุน มีดีไซน์ที่ทันสมัยพบแล้วไม่อายใคร เมื่อสัมผัสกับผิวแล้วจะซึมไวมากๆ เป็นน้ำมันเหลืองที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงาน หรือใครที่ต้องการสมุนไพรที่กลิ่นไม่แรงจนเกินไปและสามารถใช้ได้ในระหว่างวันตัวนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีซึ่งมาในราคา 120 ถึง 250 บาท
5. น้ำมันเหลือง ตราสมุนไพรวังพรม

สำหรับน้ำมันเหลืองตัวนี้นั้นก็เป็นอีก 1 แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกัน เป็นการผสมผสานของสมุนไพรหลายชนิดจนได้กลิ่นหอมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตราสมุนไพรวังพรมที่ไม่เหมือนใคร เอกลักษณ์ของเขาคือมีกลิ่นหอมที่แตกต่าง ซึมง่ายไม่เหนียวเหนอะหนะมีหลายขนาดให้คุณได้เลือกตามความต้องการและตามสไตล์การใช้งาน ปัจจุบันนี้เป็นน้ำมันเหลืองที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เหมาะสำหรับซื้อให้กับคนในครอบครัวหรือจะซื้อใช้เองก็ได้ รวมไปถึงผู้สูงอายุและผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นน้ำมันเหลืองที่หอมเย็นและสดชื่น มาในราคา 45 ถึง 150 บาท
น้ำมันเหลือง คืออะไร แตกต่างจากยาหม่องและน้ำมันนวดทั่วไปอย่างไร
สำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำมันเหลือง คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับใช้ภายนอกที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เป็นการใช้ส่วนผสมของสมุนไพรหลายชนิดที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยคลายกล้ามเนื้อบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ รวมไปถึงบรรเทาอาการคันจากแมลงกัดต่อยได้ด้วย ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้นก็จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันไป โดยความแตกต่างของน้ำมันเหลืองที่มีความแตกต่างจากยาหม่องและน้ำมันนวดทั่วไปคือ น้ำมันเหลืองนั้นจะมีเนื้อเหลวที่ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย สามารถที่จะนวดกระจายได้ง่ายและไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะเหมาะสำหรับการนวดกล้ามเนื้อในบริเวณกว้าง ซึ่งถ้าเป็นยาหม่องหรือน้ำมันนวดทั่วไปนั้นจะเป็นเนื้อขี้ผึ้งและมีความเหนียวมากกว่าและเหมาะสำหรับการใช้เฉพาะจุดและอาจทิ้งความมันเอาไว้บนผิวนั่นเอง
สรรพคุณของน้ำมันเหลือง มีอะไรบ้าง ใช้ช่วยเรื่องไหนได้
ทางด้านของสรรพคุณของน้ำมันเหลืองนั้นต้องบอกเลยว่ามีสรรพคุณที่หลากหลายมากๆและเป็นที่ถูกอกถูกใจตั้งแต่คนวัยทำงานไปจนถึงวัยสูงอายุ
- บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ยกของหนักหรือเล่นกีฬาหรือผู้ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อเป็นเวลานานเพราะถ้าหากใช้น้ำมันเหลืองนวดเบาๆจะทำให้รู้สึกดีมากขึ้น
- ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยเช่น เมนทอล ยูคาลิปตัส หรือสะระแหน่ จะช่วยให้ผู้ที่สูดดมนั้นรู้สึกสดชื่นแล้วรู้สึกผ่อนคลายสามารถใช้ได้หลังเลิกงานหรือหลังออกกำลังกาย
- ช่วยบรรเทาอาการจากแมลงสัตว์กัดต่อย ด้วยความที่น้ำมันเหลืองหลายสูตรนั้นสามารถที่จะใช้ทาบริเวณที่ถูกยุงกัดหรือแมลงกัดต่อยเพื่อช่วยลดความรู้สึกคันและระคายเคืองได้
- ช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ ใครที่นั่งทำงานเป็นเวลานานมีอาการตึงคอบ่าถ้าหากมีการนวดร่วมกับน้ำมันเหลืองจะทำให้รู้สึกสบายขึ้นทันที
- เพิ่มความสดชื่นในทันที เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการวิงเวียน มึนหัว เมารถ เมาเรือ ก็สามารถใช้ได้
วิธีเลือกน้ำมันเหลืองให้เหมาะกับการใช้งาน กลิ่นไม่ฉุน ใช้แล้วสบายผิว
ทางด้านของวิธีในการเลือกซื้อน้ำมันเหลืองให้เหมาะกับการใช้งานของตนเองนั้นสำคัญมากโดยมีวิธีในการเลือกที่ถูกต้องดังต่อไปนี้
- น้ำมันเหลืองสูตรเย็นจะเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสดชื่น
- น้ำมันเหลืองสูตรอุ่นจะเหมาะกับการใช้ในการนวดคลายกล้ามเนื้อ
- ถ้าหากต้องการพกติดตัวแนะนำให้เลือกซื้อขนาด 3-10 ml
- หากต้องการใช้เป็นประจำแนะนำให้ซื้อขนาด 20-30 ml
น้ำมันเหลืองแบบขวดธรรมดา vs แบบลูกกลิ้ง เลือกแบบไหนดี
ปัจจุบันนี้ Package ของน้ำมันเหลืองนั้นมีหลายแบบทั้งแบบขวดธรรมดาและแบบลูกกลิ้งเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานโดยวันนี้เราได้นำเอาความแตกต่างของทั้ง 2 แบบมาให้คุณได้ลองพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ
- แบบขวดธรรมดา วิธีใช้นั้นนิยมใช้เทหรือหยดใส่มือก่อนมีการนวดวนๆตามบริเวณที่คุณต้องการ สำหรับการนวดในบริเวณกว้าง หรือการใช้งานที่ต้องการปรับปริมาณน้ำมันได้ด้วยตัวของผู้ใช้เอง ทางด้านของการพกพานั้นก็สะดวกสบายสามารถใช้ได้ทุกที่
- แบบลูกกลิ้ง จะเน้นความสะดวกในการใช้โดยสามารถกลิ้งบนผิวได้ทันที ใช้งานได้ง่ายไม่ทำให้เลอะเทอะมือ สามารถใช้ทาในบริเวณที่ต้องการได้เลย แต่จะไม่เหมาะสำหรับการใช้เพื่อนวดในบริเวณวงกว้าง เนื่องจากตัวลูกกลิ้งนั้นจะปล่อยน้ำมันออกมาในปริมาณน้อย จึงเหมาะกับการใช้เฉพาะที่มากกว่า มีความสะดวกสบายในการพกใช้งานในระหว่างวัน เหมาะกับการใช้ในการเดินทางหรือใช้ในการทำงานในออฟฟิศ
น้ำมันเหลืองใช้ทาตรงไหนได้บ้าง พร้อมวิธีใช้ที่ถูกต้อง
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้น้ำมันเหลืองมาก่อนอาจจะสงสัยว่าเราควรที่จะใช้น้ำมันเหลืองกับบริเวณใดในร่างกายบ้างเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด เราแนะนำให้ใช้บริเวณที่ได้รับความนิยมคือ คอ บ่า ไหล่ หลัง เอว แขน ขา น่อง และ บริเวณที่ถูกแมลงกัดต่อย วิธีใช้นั้นก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่หยดน้ำมันลงบนฝ่ามือหรือบริเวณที่คุณต้องการจากนั้นให้วอร์มบนมือเบาๆและนวดเป็นวงกลมที่บริเวณนั้นประมาณ 3-5 นาที น้ำมันจะซึมลงเข้าสู่ผิวในทันที แนะนำให้ใช้วันละ 2-3 ครั้งตามคำแนะนำและหลังจากที่ใช้แล้วแนะนำให้ล้างมือทุกครั้ง ซึ่งบริเวณที่ไม่ควรใช้น้ำมันเหลืองคือ แผลเปิด ผิวหนังอักเสบ รอบดวงตา ปาก จมูกด้านใน และ เยื่อบุอ่อน ซึ่งแนะนำให้หลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว


