17 น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ สูตรอ่อนโยน ลดกลิ่นปาก ดูแลช่องปากทุกวัน 

7 น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ สูตรอ่อนโยน ลดกลิ่นปาก ดูแลช่องปากทุกวัน 

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ ช่วยทำให้รู้สึกสบายในช่องปากโดยเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความรู้สึกแสบร้อนหลังจากใช้น้ำยาบ้วนปาก ปัจจุบันนี้มีการผลิตน้ำยาบ้วนปากหลากหลายรูปแบบและมาพร้อมกับจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น การลดกลิ่นปาก การควบคุมแบคทีเรีย การดูแลเหงือก การป้องกันฟันผุ หรือเพื่อลมหายใจที่สดชื่น ซึ่งแต่ละสูตรนั้นก็มีความแตกต่างกันไป วันนี้เราได้รวบรวมนำเอา 7 น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ได้รับความนิยม เป็นสูตรอ่อนโยนและช่วยลดกลิ่นปาก ช่วยทำให้การดูแลช่องปากและทุกๆวันเป็นเรื่องง่ายมาแนะนำกัน 

1.   Colgate Mouthwash Total Gum Care

Colgate Mouthwash Total Gum Care
Colgate Mouthwash Total Gum Care

น้ำยาบ้วนปากสูตรนี้จะเน้นในเรื่องของการดูแลเหงือกและสุขภาพช่องปากโดยรวม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มขั้นตอนการทำความสะอาดนอกเหนือจากการแปรงฟันเป็นปกติอยู่แล้ว โดยจะดูแลบริเวณแนวเหงือกซึ่งเป็นพื้นที่ที่คราบจุลินทรีย์สามารถเข้ามาสะสมได้ง่ายหากแปรงฟันไม่ทั่วถึงนั่นเอง เพราะฉะนั้นการใช้น้ำยาบ้วนปากจะช่วยเสริมการดูแลช่องปากในบริเวณที่เข้าถึงได้ยากแต่ไม่ควรใช้แทนการแปรงฟันเพราะไม่สามารถที่จะทดแทนกันได้ จุดเด่นของน้ำยาบ้วนปากตัวนี้คือจะดูแลสุขภาพเหงือกได้ดี ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น สามารถใช้ได้เป็นประจำในทุกๆวันซึ่งช่วยดูแลช่องปากได้อย่างครอบคลุม ใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลเหงือกฟันและลมหายใจสดชื่นในขวดเดียวต้องตัวนี้เลย 

2.       Listerine Mouthwash Total Care Cavity Protect

Listerine Mouthwash Total Care Cavity Protect
Listerine Mouthwash Total Care Cavity Protect

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นั้นจะเน้นในเรื่องของการดูแลช่องปากหลากหลายด้านไปพร้อมๆกันโดยเฉพาะการดูแลในเรื่องของฟันผุและสุขภาพช่องปากโดยรวม โดยตัวนี้นั้นจะมีคุณสมบัติในการดูแลช่องปากโดยเฉพาะคนที่ต้องการดูแลเรื่องฟันผุโดยตรง ช่วยทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นและสามารถใช้เป็นขั้นตอนเสริมหลังจากการแปรงฟันได้เป็นประจำ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการดูแลช่องปากและฟันในชีวิตประจำวัน โดยมาพร้อมกับฟลูออไรด์ที่จะช่วยเคลือบผิวฟันให้มีความทนทานต่อกรดซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดฟันผุ ตัวนี้จึงแตกต่างจากน้ำยาบ้วนปากทั่วไปเพราะมีเป้าหมายในเรื่องของการดูแลฟันเพิ่มเติมเข้ามานั่นเอง 

3.       Darlie Mouthwash Double Mint

Darlie Mouthwash Double Mint
Darlie Mouthwash Double Mint

น้ำยาบ้วนปากตัวนี้นั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของการเพิ่มความสดชื่นโดยเน้นรสชาติที่มาพร้อมกับกลิ่นมิ้นที่หอมเป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นของสูตรนี้คือ เป็นน้ำยาบ้วนปากที่ให้ความรู้สึกเย็นให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่กังวลในเรื่องของกลิ่นปากโดยสามารถใช้ได้หลังแปรงฟันเพื่อเพิ่มความสดชื่นและใช้ได้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สำหรับสูตรนี้นั้นจะเน้นในเรื่องของลมหายใจสดชื่นและความรู้สึกสะอาดหลังบ้วนปากนั่นเอง นอกจากนี้แล้วยังมาพร้อมกับสารที่ดูแลช่องปากช่วยควบคุมแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะกินปากนั้นเกิดได้จากคราบบนลิ้น เศษอาหาร เหงือกอักเสบ ฟันผุ และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย 

4.       Biosafety Fresh Breath Mouthwash

Biosafety Fresh Breath Mouthwash
Biosafety Fresh Breath Mouthwash

น้ำยาบ้วนปากตัวนี้เน้นในเรื่องของการดูแลลมหายใจให้สดชื่นเหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในระหว่างวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหารหรือต้องไปพบปะผู้คน จุดเด่นของเขาคือเน้นลมหายใจสดชื่นสามารถใช้งานเป็นประจำได้และช่วยเสริมความสะอาดหลังแปรงฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่แสบปากเพราะมี Organic Aloe Vera โดยช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากและที่สำคัญนั้นยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นทำให้รู้สึกสบายผิวและบริเวณเยื่อบุในปาก เหมาะมากกับคนที่ไม่ชอบความแสบของน้ำยาบ้วนปากเพราะไม่ได้ให้ความรู้สึกเย็นจัดเน้นในเรื่องของความอ่อนโยน ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน 

5.       Systema Anti-Bacteria Fresh Forest

Systema Anti-Bacteria Fresh Forest
Systema Anti-Bacteria Fresh Forest

ผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากตัวนี้นั้นถูกออกแบบมาโดยเฉพาะไม่ให้ความรู้สึกแสบและมีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อในช่องปากโดยมีส่วนผสมสำคัญที่ช่วยดูแลสุขภาพเหงือก มีความสามารถในการควบคุมแบคทีเรียและลดปัญหากลิ่นปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แล้วยังเป็นสารให้ความหวานในช่องปากแทนน้ำตาลบางประเภททำให้รสหวานโดยไม่ได้ใช้น้ำตาลและที่สำคัญยังมีฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุได้อีกด้วย ทำให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นั้นมีความสามารถในการดูแลหลายด้านนอกจากจะให้ความสดชื่นแล้วยังช่วยลดปัญหาในเรื่องของกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพเหงือก เป็นสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์และมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 

6.       Fluocaril Zero% Alcohol Mouthwash

Fluocaril Zero% Alcohol Mouthwash
Fluocaril Zero% Alcohol Mouthwash

น้ำยาบ้วนปากตัวนี้นั้น 0% แอลกอฮอล์ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นคือมีฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุสำหรับคนที่มีความเสี่ยงฟันผุหรือต้องการเลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าสูตรอื่นๆนั่นเอง โดยจะช่วยควบคุมแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์ต่างๆดูแลได้ครอบคลุมทั้งฟันผุและคราบสกปรก เป็นน้ำยาบ้วนปากอีก 1 ตัวที่เหมาะสำหรับคนจัดฟัน หรือคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาฟันผุและต้องการน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์ 

7.       Printemp Marie Rose Cool Mint Zero Alcohol Light Mouthwash

Printemp Marie Rose Cool Mint Zero Alcohol Light Mouthwash
Printemp Marie Rose Cool Mint Zero Alcohol Light Mouthwash

น้ำยาบ้วนปากที่มาพร้อมกับจุดขายที่ชัดเจนนั่นก็คือ 0% แอลกอฮอล์และมาพร้อมกับสารแอนตี้แบคทีเรียรวมไปถึงมีน้ำมันสกัดจากธรรมชาติซึ่งให้ความรู้สึกชัดเจนในเรื่องของความสดชื่นโดยจะรู้สึกทันทีหลังใช้โดยเฉพาะช่วงหลังรับประทานอาหารหรือต้องออกไปพบปะผู้คนสามารถใช้น้ำยาบ้วนปากตัวนี้เพื่อเพิ่มความสดชื่นและช่วยลดกลิ่นปากทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นและแก้สาเหตุของกลิ่นปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบกลิ่น Cool Mint และไม่ต้องการแอลกอฮอล์ 

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์คืออะไร?

สำหรับน้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์นั้น น้ำยาบ้วนปากที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยไม่มีแอลกอฮอล์ซึ่งใช้เป็นขั้นตอนเสริมในการดูแลช่องปากนอกเหนือจากการแปรงฟันและการทำความสะอาดซอกฟันด้วยวิธีอื่นๆโดยจะให้ความรู้สึกสดชื่นชั่วคราวและมีสารออกฤทธิ์ที่ช่วยดูแลปัญหาต่างๆในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่าจะเป็น คราบจุลินทรีย์ เหงือกอักเสบ กลิ่นปาก หรือฟันผุ 

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ดีกว่าไหม?

หลายคนสงสัยว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากแบบไม่มีแอลกอฮอล์นั้นดีกว่าไหม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน โดยจุดเด่นหรือข้อได้เปรียบที่ชัดเจนของน้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์คือให้ความรู้สึกสบายปากมากกว่าไม่ต้องสัมผัสกับความรู้สึกแสบร้อนที่เกิดขึ้นจากน้ำยาบ้วนปากบางสูตรที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาปากแห้งควรเลือกสูตรไม่มีแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้เกิดความชุ่มชื้นและไม่ทำให้รู้สึกปากแห้งนั่นเอง 

ไม่มีแอลกอฮอล์ช่วยลดการระคายเคืองได้จริงไหม?

สามารถช่วยได้ในบางกรณีแต่อาจเกิดการระคายเคืองได้บ้างเล็กน้อย เพราะแอลกอฮอล์นั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกแสบหรือแห้งในช่องปากการเลือกสูตรไม่มีแอลกอฮอล์ยึดจึงช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้แต่ถ้าหากมีการใช้สูตรไม่มีแอลกอฮอล์แล้วยังมีอาการแสบคันหรือระคายเคืองก็ไม่หมายความว่าน้ำยาบ้วนปากสูตรไม่มีแอลกอฮอล์นั้นมีความอ่อนโยนเสมอไปแต่อาจจะเป็นสาเหตุมาจากส่วนผสมอื่นๆที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ นั่นเอง 

น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์เหมาะกับใคร?

สำหรับน้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์นั้นเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความรู้สึกแสบปากเวลาใช้แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้สูตร Alcohol-Free  จะทำให้รู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น ใครที่มีปัญหาปากแห้งเพราะสูญเสียประโยชน์จากน้ำลายในการปกป้องฟันและเยื่อบุช่องปากควรเลือกสูตรที่มีความอ่อนโยน หรือใครที่ต้องใช้เป็นประจำในทุกๆวันวันละหลายๆครั้งก็ควรเลือกสูตรที่มีความอ่อนโยนต่อช่องปากจะดีมากกว่า ในขณะที่สูตรไม่มีแอลกอฮอล์นั้นก็มาพร้อมกับฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุได้ด้วยสำหรับใครที่ต้องการน้ำยาบ้วนปากที่ป้องกันฟันผุก็สามารถใช้ได้

เลือกน้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์อย่างไร?

วิธีในการเลือกน้ำยาบ้วนปากนั้นควรเลือกจากปัญหาช่องปากและสารออกฤทธิ์ที่ต้องการโดยมีวิธีในการเลือกดังต่อไปนี้ 

  • หากต้องการเน้นการป้องกันฟันผุ แนะนำให้เลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์เพราะจะช่วยเสริมการป้องกันฟันผุและช่วยในเรื่องของกระบวนการคือแร่ธาตุให้กับผิวฟันได้เป็นอย่างดี 
  • หากต้องการดูแลเหงือกและคราบจุลินทรีย์ให้เลือกสูตรที่มีสารออกฤทธิ์ต้าน Antimicrobial  นั่นก็คือสูตร Cetylpyridinium Chloride ซึ่งจะทำให้ช่วยลดคราบจุลินทรีย์และช่วยลดปัญหาเหงือกอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  • หากต้องการลดกลิ่นปาก แนะนำให้เลือกสูตรที่มีสารออกฤทธิ์ต้านการควบคุมกลิ่นปาก CPC ประกอบกับการทำความสะอาดลิ้นและซอกฟันอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าหากไม่กินปากเรื้อรังควรตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น ฟันผุ โรคเหงือก และคราบบนลิ้น 
  • มีปัญหาช่องปากระคายเคืองง่าย แนะนำให้เลือก Alcohol-Free และพิจารณาส่วนผสมอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง

ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เวลาไหนดี 

โดยปกติแล้วในการใช้น้ำยาบ้วนปากนั้นหากเป็นน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ไม่ควรใช้ทันทีหลังแปรงฟันเพราะจะทำให้เกิดการชะล้างหรือเจือจางฟลูออไรด์เข้มข้นจากยาสีฟันที่เคลือบอยู่บนผิวฟันได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีแนะนำให้เลือกใช้ในช่วงเวลาอื่นเช่นหลังอาหารกลางวัน และหลังจากที่มีการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์แล้วควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารและเครื่องดื่มประมาณ 30 นาทีเพื่อที่จะทำให้ฟลูออไรด์นั้นทำงานได้อย่างเต็มที่