วิธีลดพุง ที่หลายคนพยายามตามหาเพื่อที่จะช่วยลดหน้าท้องอย่างได้ผล คุณรู้หรือไม่ว่าลักษณะพุงหรือหน้าท้องของแต่ละคนนั้นมีสาเหตุและมีวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เนื่องจากบางคนอาจจะเกิดจากไขมันสะสม ในขณะที่บางคนนั้นเกิดจากปัญหาท้องอืด หรือบางคนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งสาเหตุทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อวิธีในการลดพุงให้ถูกจุดทั้งหมด วันนี้เราจึงได้รวบรวมนำเอา 5 วิธีลดพุง ตามลักษณะหน้าท้องที่ถูกต้องในแต่ละแบบมาแนะนำกัน
1.Hormonal Belly (พุงหมาน้อย)

เริ่มต้นกันด้วยแบบแรก พุงหมาน้อย สำหรับรูปแบบนี้นั้นก็เป็นลักษณะที่หมายถึงท้องส่วนล่างมีการนูนออกมาโดยหลายคนเรียกว่าพุงหมาน้อย โดยสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ช่วงอายุ และการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ การใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวหรือเกิดการสะสมของไขมันบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง โดยมีหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอายุที่เพิ่มมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด การออกกำลังกายที่น้อยจนเกินไปหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอซึ่งสาเหตุเหล่านี้นั้นสามารถที่จะปรับในส่วนของวิธีในการดูแลเพื่อที่จะแก้ปัญหาพุงหมาน้อยได้ก็คือ แนะนำให้รับประทานโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวัน ทำการฝึกเวทเทรนนิ่ง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือจะเลือกเดินออกกำลังกายหรือคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอก็ได้ ในส่วนของการนอนแนะนำให้นอน 7-9 ชั่วโมงและควรควบคุมพลังงานรวมที่จะได้รับในแต่ละวันร่วมด้วยจะทำให้พุงนั้นค่อยๆหายไป
2. Alcohol Belly (พุงกลม)

ลักษณะของพุงในรูปแบบนี้นั้นหน้าท้องจะมีลักษณะกลมและนูนออกมาโดยจะเป็นอาการที่สัมพันธ์กับการมีไขมันสะสมในช่องท้อง ซึ่งปัญหานี้จะพบได้ในผู้ที่มีการรับพลังงานเกินความต้องการหรือมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำรวมไปถึงมีพฤติกรรมออกกำลังกายที่น้อยมากๆ ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องนั้นก็คือการดื่มแอลกอฮอล์บ่อยเกินไป การดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานและมีน้ำตาลสูง อาหารที่มีไขมันสูง การรับประทานอาหารมากเกินตามความต้องการของร่างกายและที่สำคัญเลยก็คือไม่ออกกำลังกาย โดยวิธีในการดูแลตนเองเพื่อแก้ปัญหาพุงกลมคือ รถและหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการดื่มน้ำหวานหรือของหวานต่างๆ เน้นการรับประทานผักผลไม้และโปรตีนที่ไม่ติดมัน แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอร่วมกันกับเวทเทรนนิ่งอย่างต่อเนื่อง หากทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือนให้วัดรอบเอวจะเห็นผลแตกต่างอย่างชัดเจน
3. Bloated Belly (พุงป่อง)

ลักษณะของพุงป่องนั้นจะเป็นรูปแบบของการท้องอืด โดยมักจะเกิดจากแก๊สในระบบทางเดินอาหารจากการรับประทานอาหารหรือการทำงานของลำไส้ที่มากกว่าการสะสมไขมัน ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าในช่วงเช้านั้นท้องจะแบนราบแต่ท้องจะป่องขึ้นทันทีหลังจากรับประทานอาหาร สาเหตุหลักๆคือการรับประทานอาหารที่เร็วเกินไป มีการกลืนอากาศเข้าไปมากเกินไป อาหารที่รับประทานเข้าไปทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ มีอาการแพ้อาหารบางชนิดแต่ไม่รู้ตัว และมีปัญหาท้องผูกร่วมด้วย ที่ในการดูแลตนเองเพื่อแก้ปัญหาพุงป่องก็คือแนะนำให้เคี้ยวอาหารให้ละเอียดและใช้เวลานานมากยิ่งขึ้น แนะนำให้รับประทานอาหารเช้าๆค่อยๆเป็นค่อยๆไปและดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์มากขึ้นกว่าเดิม และให้สังเกตอาการของตนเองว่าหากมีการรับประทานอาหารชนิดใดแล้วทำให้ท้องอืดให้หลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น แต่ถ้าหากคุณมีอาการท้องอืดเป็นประจำรวมไปถึงมีอาการปวดท้องร่วมด้วยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์
4. Mommy Belly (พุงคนท้อง)

สำหรับพุงในลักษณะนี้นั้นจะเป็นหน้าท้องหลังคลอดที่เกิดมาจากหลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการยืดขยายของผิวหนัง กล้ามเนื้อหน้าท้องจะมีการอ่อนแรงหรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกซึ่งจะพบได้ในผู้หญิงบางรายที่อยู่ในสภาวะหลังตั้งครรภ์ โดยสาเหตุเหล่านี้นั้นจะทำให้ผิวหนังมีความหย่อนคล้อยและเกิดไขมันสะสมหลังคลอด วิธีในการดูแลภูมิคนท้องสามารถทำได้โดยการเริ่มต้นออกกำลังกายหลังได้รับอนุญาตจากแพทย์เรียบร้อยแล้ว ควรทำการฝึกบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวไปพร้อมๆกับการฝึกหายใจและการเกร็งหน้าท้อง แต่ถ้าหากเป็นในช่วงแรกหลังจากคลอดควรหลีกเลี่ยงการซิทอัพในช่วงแรกเพราะว่าจะทำให้เกิดปัญหาแผลแตกได้ และดูแลตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารที่ครบถ้วน
5. Stressed Belly (พุงเครียด)

สำหรับพุงรูปแบบนี้นั้นจะมีความสัมพันธ์กับความเครียดเรื้อรัง การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอหรือการนอนน้อย รวมไปถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ผิดปกติ กินจุกจิกในระหว่างวัน หรือการรับประทานอาหารพลังงานสูงมากเกิดสภาวะความเครียด แน่นอนว่าฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายนั้นจะมีบทบาทต่อการสะสมไขมัน ทำให้เกิดพุงเครียดออกมานั่นเอง นอกจากนี้แล้วยังมีพฤติกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดพุงเครียดนั่นก็คือการนอนดึก การเครียดสะสม และการไม่ออกกำลังกาย วิธีในการดูแลเพื่อแก้ปัญหาภูมิเครียดคือนอนให้ได้อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมง มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้ฝึกหายใจลึกๆหรือมีการทำสมาธิร่วมด้วย ในส่วนของคาเฟอีนนั้นควรงดในช่วงเวลาเย็นและมีการวางแผนในการรับประทานอาหารไม่ควรรับประทานตามอารมณ์
พุงเกิดจากอะไร? ทำไมบางคนผอมแต่ยังมีพุง
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า น้ำหนักตัวนั้นอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่บริเวณหน้าท้องยังมีไขมันสะสมหรือมีพุงยื่นออกมาอยู่นั่นเป็นเพราะอะไร ในขณะที่บางคนนั้นตัวเล็กและมีรูปร่างผอมแต่มีพุงนั้นมีสาเหตุดังต่อไปนี้
- รับพลังงานมากกว่าร่างกายใช้ โดยเป็นการรับพลังงานจากการรับประทานอาหารเป็นจำนวนมากในแต่ละวันในขณะที่พลังงานส่วนเกินนั้นถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมโดยบริเวณหน้าท้องนั้นเป็นจุดหลักๆในการเก็บสะสมไขมัน เพราะฉะนั้นควรระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหารที่มากเกินไป การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หรือการกินจุกจิกในระหว่างวัน
- กล้ามเนื้อน้อยทำให้เผาผลาญลดลง โดยในสรีระของคนที่ตัวเล็กนั้นจะมีกล้ามเนื้อน้อยร่างกายจะใช้พลังงานพื้นฐานลดลงทำให้การสะสมไขมันนั้นเป็นไปได้ง่ายมากขึ้นถึงแม้ว่าจะรับประทานอาหารในปริมาณที่ไม่มากแต่ก็มีพุงได้เพราะฉะนั้นแนะนำให้แก้ไขด้วยการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวหรือออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง
- มีพฤติกรรมนั่งนานไม่ค่อยเคลื่อนไหว การเล่นโทรศัพท์ นั่งทำงานหน้าคอม การอยู่ท่าเดิมๆเป็นเวลานานทำให้ร่างกายใช้พลังงานน้อยกล้ามเนื้อหลายส่วนไม่ได้ทำงานทำให้เกิดพุงได้ แนะนำให้เดินระหว่างวันบ่อยๆหรือมีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
- ฮอร์โมนและอายุที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปกติแล้วช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไปมวลกล้ามเนื้อมีแนวโน้มลดลงถ้าไม่มีการออกกำลังกายจะทำให้เกิดการสะสมในร่างกายง่ายมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
- ความเครียดและการพักผ่อนน้อย ประกันสำคัญที่จะส่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิวและความอยากอาหารทำให้มีความต้องการอาหารในปริมาณที่มากขึ้นแต่ร่างกายนำไปใช้ไม่หมดจนทำให้เกิดไขมันสะสม
เครื่องดื่มอะไรที่ทำให้พุงโตโดยไม่รู้ตัว
ทางด้านของเครื่องดื่มที่ทำให้มีพุงโดยที่ไม่รู้ตัวนั่นก็คือประเภทน้ำหวานและน้ำอัดลม เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงและให้พลังงานสูงเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นหากต้องการจะลดแนะนำให้เลือกสูตรไม่เติมน้ำตาลหรือดื่มน้ำเปล่าเป็นหลักจะดีที่สุด นอกจากนี้แล้วเครื่องดื่มประเภทชานมไข่มุก กาแฟใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมก็เป็นอีกหนึ่งประเภทเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงมากเกินความจำเป็น ทางด้านของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ให้พลังงานสูงและมักจะมาพร้อมกับการรับประทานอาหารกินเล่นที่เพิ่มโอกาสในการสะสมไขมันที่หน้าท้องได้ง่ายมากๆ
ความเครียดมีผลต่อการสะสมไขมันหน้าท้องอย่างไร
หลายคนสงสัยว่าความเครียดนั้นมีผลต่อการสะสมไขมันอย่างไรต้องบอกเลยว่าคอร์ติซอลที่เกิดจากความเครียดนั้นตอบสนองทำให้มีความรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น อยากกินของหวานมากขึ้น อยากกินอาหารที่มีไขมันสูง เมื่อมีการรับประทานเข้าไปแล้วพลังงานที่เกินก็จะนำไปสู่การสะสมไขมันนั่นเอง ความเครียดส่งผลทำให้เรานอนน้อยและแน่นอนว่าเมื่อพักผ่อนน้อยก็จะส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ส่งผลทำให้เรารู้สึกหิวมากขึ้นกว่าเดิมและทำให้รู้สึกอิ่มได้ยากมากขึ้นทำให้หลายคนกินมากขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว
อาหารที่ควรกินและควรเลี่ยง สำหรับคนที่ต้องการลดไขมันหน้าท้อง
ทางด้านของอาหารที่ควรกินเพื่อที่จะช่วยลดพุงและอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงนั้นมีหลายประเภทดังนี้
- อาหารที่ควรกินควรเน้นเป็นอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูงเพื่อที่จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มนานและรักษามวลกล้ามเนื้อ เน้นการรับประทานผักและอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเพิ่มความอิ่มและช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่าย ถ้าเป็นประเภทคาร์โบไฮเดรตแนะนำให้รับประทานข้าวกล้องหรือข้าวโอ๊ตเพื่อให้พลังงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้องการไขมันดีแนะนำให้เลือกอาหารประเภทถั่วอะโวคาโดหรือปลาไขมันดีจะช่วยทำให้มื้ออาหารมีความสมดุลมากขึ้น
- อาหารที่ควรลดหรือหลีกเลี่ยง น้ำหวาน ขนมหวาน อาหารทอด อาหารแปรรูป เบเกอรี่ อาหารไขมันสูง และ แอลกอฮอล์
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลในการลดพุง
สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงดูแลสุขภาพและลดพุงนั้นต้องบอกก่อนเลยว่าระยะเวลานั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกันเช่น ปริมาณไขมันเริ่มต้น อายุ พันธุกรรม การกินอาหาร การออกกำลังกาย และ คุณภาพการนอน โดยถ้าหากมีการปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสมก็จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนว่ารอบเอวนั้นลดลงและร่างกายมีความกระชับมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ 4-12 สัปดาห์

